คลินิกวางแผนครอบครัว

จำหน่ายยาสอด ยาขับเลือด ขับประจำเดือน ยาทำแท้ง ปลอดภัยได้ผลแน่นอนกล้ารับประกัน100% โทร.092-3144643, 093-0038229

ขอแนะนําการใชยา misoprostol ในทางสูติกรรม

การใชยา cytotec (misoprostol) ในทางสูติกรรม

 

ยาไซโตเทค (misoprostol) ซึ่งอยูในกลุมยา prostaglandins ที่สังเคราะหขึ้นเพื่อนํามาใช
รักษาโรคแผลในกระเพาะอาหาร สามารถออกฤทธิ์ทําใหมดลูกบีบรัดตัวและปากมดลูกขยาย กอใหเกิดการแทงบุตร
และการคลอดได

ขอบงชี้

     ขอบงชี้ในการใชยาไซโตเทค ( misoprostol) ในการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภสามารถแบงไดเปน
1. การยุติการตั้งครรภ
1.1 ไตรมาสแรก
1.2 ไตรมาสที่ 2
2. การเตรียมความพรอมของปากมดลูกในการชักนําการคลอด(6,7)
3. การเตรียมความพรอมของปากมดลูกกอนการทําหัตถการทางสูติกรรม
4. การปองกันและรักษาภาวะตกเลือดหลังคลอด

ขอบงชี้ 1 การยุติการตั้งครรภ
1.1 การยุติการตั้งครรภในไตรมาสแรก (อายุครรภ 4-13 สัปดาห) 

 ขนาดยาที่ใช (Dose)

ขนาดยาที่ใชอาจจะเปลี่ยนแปลงไดขึ้นอยูกับอายุครรภ

ชักนำให้เกิดการแท้ง (Induced abortion)        ไซโตเทค 4 เม็ด สอดช่องคลอดทุก 12 ชั่วโมง (ไม่เกิน 3 ครั้ง)

แท้งค้าง (Miss abortion)                 ไซโตเทค 4 เม็ด สอดช่องคลอดทุก 12 ชั่วโมง (2 ครั้ง)

แท้งไม่สมบูรณ์ (Incomplete abortion)   กินยาไซโตเทค 3 เม็ดครั้งเดียว

โดยขนาดกลางที่แนะนําคือสอดยาไซโตเทค 2เม็ดทางช่องคลอดทุกๆ12ชั่วโมง  ในเวลาไมเกิน 48 ชม. โดยใชไดผลดีขึ้น
ในกรณีรวมกับ RU486 ซึ่งไมมีจําหนายในประเทศไทย

WHO แนะนําการใช้ไซโตเทค (misoprostol) ในกรณีที่แทงไมครบใหกินไซโตเทค 3 เม็ดครั้งเดียวในกรณีเลือดออกไมรุนแรง และสัญญาณชีพปกติ

1.2 การยุติการตั้งครรภในไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ 14-23 สัปดาห) 

 ขนาดยาที่ใช้

ขนาดยาที่ใชอาจจะเปลี่ยนแปลงไดขึ้นอยูกับอายุครรภ การมีชีวิตของทารกในครรภลําดับครรภ
ขนาดยาที่ใชอยูระหวาง 100-800 ไมโครกรัม เหน็บทางชองคลอดทุก 4-24 ชั่วโมง แลวแตขนาดของยาที่
ใชหากใชขนาดยาที่สูง ระยะเวลาการใชยาซ้ําก็ตองหางมากขึ้น
โดยแนะนําตามคําแนะนําของ FIGO

ชักนำให้เกิดการแท้ง Induced abortion (13-22 wks)             เหน็บยาไซโตเทค 2 เม็ดทางช่องคลอดทุก 6-12 ชั่วโมง(ไม่เกิน 5 ครั้ง)

ขนาดยาขนาดกลางที่แนะนําใชคือ ขนาด 400 ไมโครกรัม (ขนาด 200 ไมโครกรัม 2 เม็ด) เหน็บ
ชองคลอดทุก 12 ชั่วโมง
ขนาดอายุครรภมากขึ้น หรือทารกในครรภเสียชีวิตแลว ขนาดยาต่ํากวานี้ก็ไดผลเชนกัน

ภาวะแทรกซอน (Complications) 

1. มีไข
2. อาการทางระบบทางเดินอาหาร ไดแกอาการคลื่นไสอาเจียน ทองเสีย
3. การแทงไมครบ (Incomplete abortion)

ขอบงชี้ 2 การเตรียมความพรอมของปากมดลูกในการชักนําการคลอด

ขนาดยาที่ใช (Dose)

ขนาด 25 ไมโครกรัม สอดเขาในชองคลอดทุก 4 ชั่วโมง โดยใชไมเกิน 24 ชั่วโมง หรือไมเกิน 150
ไมโครกรัม

ขอบงชี้ 3 การเตรียมความพรอมของปากมดลูกกอนการทําหัตถการทางสูติกรรม (ขูดมดลูก) ในไตรมาสแรก

 ขนาดยาที่ใช (Dose)

สอดยาไซโตเทค 2 เม็ดทางช่องคลอด 3 ชั่วโมงก่อนการขูดมดลูกและรักษา

ขอบงชี้ 4 การปองกันภาวะตกเลือด

ขนาดยาที่ใช (Dose)

กินยาไซโตเทค 3 เม็ดหรือใช้อมใด้ลิ้น 600 µg orally or sublingually ในกรณีไมมียาชวยการหดตัวของ
มดลูกตัวอื่นๆ (ใหในกรณีหลังทารกคลอด)

ใส่ความเห็น »

วันก่อนเพื่อนไปทำแท้งมา มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง

images (1)

เพื่อนของดิฉันไปทำแท้งมาเมื่อวานนี้คะ รู้สึกเจ็บไปทั้งกายและใจมากๆ คิดอยู่เสมอว่าไม่อยากเอาลูกออกเพราะยังไงคนเลวๆอย่างดิฉันก็ยังมีความรู้สึกของคนเป็นแม่อยู่บ้าง แต่เนื่องจากดิฉันยังต้องเรียนอยู่และยังเด็กมากๆไม่พร้อมแน่ๆที่จะรับภาระของผู้เป็นแม่ได้
ดิฉันจึงลองหาข้อมูลสถานที่รับทำในเวปนี้มาได้ 2 ที่คือที่ที่1….กับที่ที่2….ดิฉันได้ไปที่ที่1..ก่อนปรากฏว่าข้อมูลไม่ตรงนะคะ ดิฉันท้องได้ 3เดือนครึ่ง เค้าบอกมาว่าใช้วิธีเหน็บยาไม่มีวางยาสลบและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20000 บาท ต้องนอนที่รพ.ห้ามญาติมาเฝ้าและเยี่ยมด้วย

ดิฉันจึงลองไปที่ที่2…. ดูก็ค่าทำอยู่ที่ 1,950 พนักงานทุกคนใจดีมากๆคะ
ตอนที่ดิฉันเข้าไปในห้องทำแท้งจิตใจดิฉันแย่มากๆมือเย็น ตัวสั่น หูอื้อไปหมด พอคุณหมอเดินมา วูบนึงที่ดิฉันอยากหนีออกไปจากห้องนี้เหลือเกิน พอคุณหมอเริ่มลงมือดูดเอาลูกของดิฉันออกไป ดิฉันเจ็บปวดมากมันไม่ได้ปวดที่ร่างกายอย่างเดียวมันเจ็บทั้งจิตใจด้วย เพราะดิฉันคิดว่าดิฉันเจ็บแค่ไหนลูกของดิฉันก็จะเจ็บกว่าล้านเท่าดิฉันจึงยิ่งรู้สึกแย่จนเผลอสะอื้นออกมาจนคุณหมอดุเลยล่ะ ที่ดิฉันอ่านมามีคนบอกว่าเจ็บนิดเดียวเหมือนมีเมนบ้างล่ะ เจ็บแค่ไม่กี่นาทีบ้างล่ะ แต่สำหรับดิฉันมันอาจแค่ไม่กี่นาทีในความเป็นจริง แต่ในจิตใจของดิฉันนั้นมันนานมากๆ พอทำเสร้จพี่พนักงานก้ผยุงดิฉันไปที่เตียงแต่ดิฉันหน้ามืดจนเป็นลมกลางทาง พี่พนักงานจึงเอาแอมโมเนียมาให้ดม ดิฉันจึงลุกขึ้นและเดินกลับไปพักที่เตียงได้ ระหว่างนั้นดิฉันทุกข์ใจมากที่สุดในชีวิตดิฉันได้ทำไปแล้วดิฉันฆ่าลูกตัวเองไปแล้ว ดิฉันทรยศต่อคำว่า”แม่” เด็กคนนั้นอุตส่ายอมมาเกิดในตัวดิฉันที่แสนเลวได้ แต่ดิฉันกลับไปฆ่าเด็กคนนั้นตายเสียแล้ว แล้วแบบนี้ในอนาคตข้างหน้าเมื่อดิฉันพร้อมที่จะมีลูกบ้าง แล้วใครจะยอมมาเกิดกับดิฉันที่ทำร้ายลูกตัวเองได้ล่ะ ถึงก่อนที่จะไปทำแท้งดิฉันได้ไปทำสังฆทานขออโหสิกรรม และขอให้ลูกรอเมื่อดิฉันพร้อม แต่มันก็ยังรุ้สึกแย่อยู่ดี พอถึงบ้านดิฉันร้องไห้ตลอดทั้งคืน ยังไม่หยุดเลยแม้กระทั่งตอนนี้ มันเอ่อล้นมาตลอด แม้ดิฉันจะทำใจเมื่อรู้ว่าท้องและต้องทำแท้งอยู่มาแรมเดือน แต่ก้ยังรู้สึกไม่ดีมากๆในสิ่งที่ทำลงไป ดิฉันคิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานซ้ำไปซ้ำมาตลอด ถึงในเวลานี้เค้าจะไม่ได้อยู่ในตัวของดิฉันแล้ว แต่เค้าก้ยังอยู่ในใจดิฉันเสมอ ดิฉันรู้ตัวในสิ่งที่ทำไปมันเป็นบาปที่ไม่น่าให้อภัยที่สุด แต่นี้คือบทเรียนอันมีค่ามากที่สุดของดิฉัน มันทำให้ดิฉันเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างน้อยดิฉันก็เข็ดเรื่องsexไปอีกนาน และจำเรื่องเมื่อวานไปจนตายฝากถึงเพื่อนๆพี่ๆทุกคนนะคะ ถ้าจะมีsexก็คุมให้ดีๆด้วยนะคะถ้ามันพลาดแบบดิฉันไม่คุ้มเลยกับความสนุกแค่ไม่นานนั้น แต่ถ้ามันพลาดไปแล้วก็อย่าให้มีอีกซ้ำสองนะคะ
ปล.ดิฉันเขียนเรื่องของดิฉันไว้เป็นอุทาหรณ์ให้แก่คนที่กำลังจะไปทำ ถ้าพวกคุณพร้อมก็อย่าไปทำเลยคะ ที่ดิฉันต้องทำเนี้ยเพราะอายุของดิฉัน ถ้าพ่อแม่รู้ว่าท้องขึ้นมา คนรักของดิฉันได้เข้าคุกแน่ๆ ในตอนนี้ดิฉันก็ได้แต่ทำบุญไปให้เค้า

เรื่องจริงที่น่าเศร้า วันที่ 6 เมษายน เราเดินเข้าไปที่สุขุมวิท12 เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ลอย-ลอย มีคนมากมาย มากเหลือเกินจนไม่คิดว่าพวกที่มีปัญหาต้องใช้วิธีแก้เหมือนเราจะมากขนาดนี้ บางคนดูหน้าตาเด็กมากจนน่าใจหาย เราหยิบบัตรคิวรอสักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาเชิญญาติของคนมีปัญหาลงไปข้างล่าง ยกเว้นเด็กที่อายุไม่เกิน 18 ที่ต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์รับรองอนุญาต เรารอจนเจ้าหน้าที่เรียกชื่อเข้าห้องอุลตร้าซาวด์ ใจเสีย มือเย็น เจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิง ให้เราขึ้นนอนบนเตียง ลดกางเกงลงต่ำๆ แล้วใช้เจลป้ายเครื่องมือตรวจวางที่หน้าท้อง เจ้าหน้าที่ตรวจอยู่ประมาณนาที แล้วถามว่ากินยาขับหรือยาฟอกเลือดมาหรือเปล่า เราบอกว่าเปล่า เจ้าหน้าที่ถามว่าเมนส์มาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เราบอกว่า 27 กุมภา เขาเลยบอกว่าอายุครรภ์ยังน้อย (นับจาก 27 กุมภา – 6 เมษา 38วัน ประมาณ 5 อาทิตย์กว่าๆ เรามีเพศสัมพันธ์กับแฟนวันที่ 8 มีนา อายุปฏิสนธิจึงน่าจะน้อยกว่านั้น) เจ้าหน้าที่ให้เรากลับบ้าน นัดให้ไปหาใหม่วันที่ 16 เมษา ระหว่างรอเวลา เราแทบบ้า สับสนว่าจะเอาอย่างไรดี การต้องคิดต้องตัดสินใจเองโดยไม่มีแฟนอยู่ข้างๆยิ่งเจ็บปวด รู้สึกเหมือนแฟนไม่รัก คิดว่าเขาน่าจะต้องรับผิดชอบ แต่คิดอีกทีเขาก็จะรับผิดชอบไม่ได้ การที่จะให้ภรรยาของเขารู้ว่าเขามีเราอีกคน ยิ่งจะเป็นการทำร้ายจิตใจภรรยาเขา มันก็ยิ่งบาปยิ่งเลวหนัก เพราะการแอบคบหาสามีคนอื่นมันก็ถือว่าเลวชั่วที่สุดแล้วในที่สุด แฟนก็มีโอกาสมาหาเราได้ เขาเห็นสภาพของเรา เขาถึงกับร้องไห้ ยอมรับความผิดพลาด แต่เรากับเขาก็รู้เท่าๆกันว่าลูกที่จะเกิดมา จะทำให้มีปัญหาไม่รู้จบสิ้น ทุกฝ่ายจะต้องเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่เรา หรือภรรยาเขา เราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ แฟนบอกว่า ให้เรารอไปหาหมอวันที่ 19 เมษา เพราะวันที่ 16 เมษา เขาติดงาน เขาอยากอยู่ร่วมรับผิดชอบในการเคลียร์ปัญหาวันที่ 19 เมษา เราสองคนตื่นแต่เช้า แต่ถึงอย่างนั้น เนื่องจากเป็นวันทำงาน รถจึงติดมาก กว่าจะไปถึงซอย 12 ก็ประมาณ แปดโมงกว่า คราวนี้คนไม่มากเท่ากับวันที่เรามาครั้งแรก แฟนได้นั่งอยู่กับเราจนกระทั่งส่งเข้าห้องอัลตราซาวด์ เจ้าหน้าที่ตรวจพบถุงของการตั้งครรภ์ เราจ่ายค่าตรวจ 150 บาท แล้วขึ้นไปอีกชั้น ตอนนี้แฟนต้องลงไปนั่งรอข้างล่างที่อีกชั้น เราถูกเรียกโดยเจ้าหน้าที่ ซักประวัติ ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ การศึกษา และให้เราเซ็นต์ยินยอมรับการรักษา(หรือว่าทำแท้งนั่นแหละ) จากนั้นก็ให้จ่ายเงินค่าทำทันที 1,800 บาท แล้วให้นั่งรอ ขนาดว่าเราอ่านมาบ้างเกี่ยวกับการทำแท้ง เรายังรู้สึกแย่อยู่ดีไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็เรียกเราแล้วก็เห็นผู้ประสบปัญหาเดียวกับเรา 7 คน โดยให้เดินตามไปที่แห่งหนึ่ง เป็นที่ที่สะอาด เจ้าหน้าที่ให้ถอดรองเท้าใส่ถุง ถือ เพราะเป็นห้องที่ระมัดระวังเรื่องเชื้อ เจ้าหน้าที่ผู้หญิงหน้าตาใจดี อธิบายเรื่องการทำ โดยให้เราทานยาแก้ปวดเม็ดสีเหลือง 1 เม็ดแนะวิธีปฏิบัติตัวระหว่างทำและหลังทำ วิธีการกินยาที่จะได้ไปกินที่บ้าน วิธีปฏิบัติหากเกิดปัญหา จากนั้นก็ปล่อยเราไปนอนรอตามห้องที่มีเตียงตั้งวางอยู่ประมาณห้องละ 10 เตียง ทุกเตียงมีม่านกั้น มีผ้าถุงให้เปลี่ยน ที่หัวเตียงมีประโยคที่ว่า “ขอให้มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะดำเนินชีวิต” เราเปลี่ยนผ้าถุง ถอดทั้งกางเกงนอกและกางเกงใน เราติดหนังสืออ่านเล่นเข้าไปด้วยเล่มนึง ตั้งใจจะอ่านเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านระหว่างรอ แต่เราอ่านไม่รู้เรื่อง แม้ใจจะคลายความทุกข์ลงบ้างเพราะมีแฟนอยู่ร่วมรับรู้ แต่ยังรู้สึกผิดบาปอยู่ดี ประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่มาเรียกหมายเลขของเรา (จะไม่มีการเรียกชื่อในห้องทำ) เราไปรอหน้าห้องทำ (ห้องทำจะมี 2 ห้อง หมอจะเดินไปเดินมา ระหว่างทำอีกห้อง ห้องที่เหลือจะมีเวลาเตรียมตัว) เจ้าหน้าที่ดูแลให้เราขึ้นไปนอนเตียงขาหยั่ง กอดอก เรานอนหลับตา อายในสิ่งที่ตัวเองทำ ครึ่งนาทีหมอก็เข้ามา แล้วทำเลย เรารู้สึกเหมือนมีอะไรเข้าไปในช่องคลอด แล้วก็มีเสียง ซวก-ซวก ถามว่าเจ็บไหม ไม่เจ็บอย่างที่คิด แต่ก็เจ็บ หมอทำเร็ว ระหว่างทำก็คุยเรื่องสัพเพเหระกับเจ้าหน้าที่ เหมือนจะให้เราสนใจฟังมากกว่าสนใจตัวเอง พอเรารู้สึกเหมือนว่าจะทนไม่ไหวแล้ว หมอก็ทำเสร็จพอดี ใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 3 นาที เสร็จแล้วหมอก็เดินออกไปอีกห้องทันที เจ้าหน้าที่ที่อยู่ส่งผ้าอนามัยให้เรากดไว้หนึ่งแผ่น เจ้าหน้าที่อีกคนเข็นรถมารอรับ เราไม่ได้ทานอะไรเลยก่อนจะไปทำ เลยรู้สึกโคลงเคลง เหมือนจะอ้วก ได้ยินเสียง หนู ช่วยพี่หน่อยนะ อย่าก้มหน้า ขึ้นนั่งบนรถเร็วๆ พอเรานั่งได้ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เข็นเราไปส่งที่เตียง บอกให้เรานอนกดหน้าท้องไว้ ข้างเตียงจะมีถังขยะหุ้มด้วยถุงพลาสติกอยู่ เราอ้วกออกมาเป็นน้ำเขียวๆ คิดว่าน่าจะเป็นน้ำย่อยเ พราะเราไม่ได้กินอะไรก่อนทำ พออ้วกหมดเราก็รู้สึกดีขึ้น มีชาอุ่นๆหวานๆอยู่ที่หัวเตียงให้จิบ ชาอุ่นช่วยเราได้มากจิบชาแล้วก็รีบเปลี่ยนกางเกง อยากลงไปหาแฟน ไม่อยากให้เขารอ เพราะรู้ว่าขณะที่รอ ความรู้สึกเขาคงแย่และทรมานมากๆ เหมือนกันระหว่างนั่งรอเจ้าหน้าที่พากลับ ก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เตือนคนอื่นๆ หนูอย่าเพิ่งเอารองเท้าออกจากถุงซิจ๊ะที่นี่ห้องปลอดเชื้อนะ หนูทำไมไม่ทานชาล่ะมันทำให้หนูดีขึ้นนะ หนูอย่าลืมยาซิจ๊ะเดี๋ยวกลับบ้านไม่มีอะไรทานนะ เราขอชาเจ้าหน้าที่เขาอีกถ้วย เขาก็เอามาให้แล้วถามว่า หนูทำไมรีบลุก ดีขึ้นแล้วเหรอ เราได้แต่พยักหน้า อยากจะขอบคุณที่เขาดูแล เคยอ่านในกระทู้ว่าเจ้าหน้าที่พูดจาไม่ดี ไม่ใช่เลย เจ้าหน้าที่อาจจะพูดห้วนๆไปบ้างเพราะต้องเร่งรีบ แต่ทุกคนดูเป็นห่วงเป็นใยต้องการให้เราปลอดภัยที่สุดในที่สุดเราก็ได้ลงกลับมาหาแฟน ตอนเกือบใกล้เที่ยง เห็นแฟนนั่งหน้าเครียดอยู่ที่ห้องพักญาติ ถามว่าทานไรหรือยังก็ได้รับคำตอบว่ายังทานไม่ลง เป็นห่วง หมอนัดเราอีกที วันที่ 29 เมษา เราไปตั้งแต่เช้า เขาก็ถามอาการเราหลังทำ เราบอกว่า วันแรกปวดท้องเหมือนปวดประจำเดือน กินยาแก้ปวดรุ่งขึ้นอีกวันก็หาย 3- 4 วันแรกมีเลือดออกมาบ้าง หลังจากนั้นก็มีเลือดสีน้ำตาลกระปริบกระปรอย แต่ไม่ปวดท้อง นมไม่คัด ไม่อ้วก หมอบอกว่าอาการเราปกติ แล้วก็สอนเราเรื่องการป้องกัน บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรผิดปกติ ก็มาหาได้ แล้วก็อวยพรให้เราเข้มแข็ง มีสติ พูดกับเราว่าไม่อยากรับเราในฐานะคนไข้อีกเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุที่เราเล่ามายืดยาว ก็เพียงแค่อยากจะบอกประสบการณ์ของตัวเองให้กับคนที่ยังไม่มีปัญหา ว่าอย่าประมาท รักใครน่ะได้ แต่จงรักตัวเองด้วย หรือถ้าต้องยอมจริงๆ ต้องป้องกัน อย่านับวัน จะพลาดเหมือนเรา ถุงยางแน่นอนกว่า และสำหรับคนที่มีปัญหา เราไม่ได้สนับสนุนการทำแท้ง แต่เมื่อต้องทำ จงใช้สติ อย่าวิตก อย่าหวาดกลัว ให้หาความรู้ ไปในที่ที่ปลอดภัยสำหรับตัวคุณ บางคนไปมาแล้วอาจจะมีปัญหา เพราะคนไปทำ 100 คนจะให้เรียบร้อยดีทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ มันก็ต้องมีคนโชคไม่ดีบ้าง เราทำพลาดมันก็ต้องมีบทเรียนบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าบทเรียนนั้นจะถูกหรือแพง แต่อย่างน้อยที่ๆเราเคยไปก็คือที่ๆน่าจะปลอดภัย เราไม่อยากให้คนที่มีปัญหาต้องเดินสะเปะสะปะไปเจอที่ที่ต้องการแต่เงิน ไม่ให้ความปลอดภัย สำหรับเรา เราต้องขอบคุณที่นี่ ที่ให้โอกาส จัดการปัญหาให้ ซึ่งค่าตอบแทนเพียง 1,950 บาทคงเทียบไม่ได้กับการเสียสละ ให้โอกาสคนบนคำสาปแช่งของคนอื่น สุดท้ายถ้าเจ้าหน้าที่หรือคุณหมอในสุขุมวิท… ผ่านเข้ามาดู อยากให้รู้ว่าผู้หญิงที่เคยมีปัญหาเดินเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือ ขอให้คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคน เข้มแข็งต่อปัญหาที่อาจจะได้รับ ขอให้อยู่เป็นที่พึงของคนที่มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือต่อไป ขอบคุณที่เมืองไทยยังมีคนอย่างพวกคุณและขอสัญญาว่าจะดูแลตัวเอง ไม่ให้พลาด ไม่ให้พวกคุณต้องแก้ปัญหาให้อีก

ใส่ความเห็น »

การทำแท้งจะสมบูรณ์เมื่อใช้ยา2ชนิดนี้ควบคู่กัน

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุว่าหากต้องการจะทำแท้งให้สมบูรณ์ต้องใช้ยา 2 ชนิดควบคู่กัน ซึ่งก็คือ ไมเฟพริสโตน และ ไมโซพรอสทอล ยาทั้งสองชนิดนี้ปัจจุบันไม่มีขายในร้านขายยา แต่อาจจะมีเฉพาะในรพ.ใหญ่ๆ และคลินิคเฉพาะบางที่เท่านั้น

ยาทั้งสองชนิดเมื่อใช้ร่วมกันให้ผลดีในการยุติการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเมื่อครรภ์อ่อน และองค์การอนามัยโลกยอมรับว่าผู้หญิงสามารถใช้เองที่บ้านได้ภายใน 9 สัปดาห์ ถ้า มีข้อมูลที่ถูกต้อง

ปัจจุบันมีการคลินิกทำแท้งเถื่อนหลายแห่งมากมาย และให้ข้อมูลว่าสามารถซื้อยามากิน เหน็บ สอด เองที่บ้านได้แม้อายุครรภ์มากกว่า 9 สัปดาห์ ยาเหล่านี้ที่ขาย บางครั้งเราไม่สามารถแน่ใจได้ว่าเป็นยาจริงหรือไม่ แต่พี่ก็เข้าใจความรู้สึกที่ว่าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า
แต่ละปีมีผู้หญิงตั้ง 45 ล้านคนทำแท้ง เพราะเหตุผลต่างๆ
แต่การทำแท้ง ก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัย
ทำให้เสี่ยงเสียชีวิต หรือเป็นโรคเรื้อรัง
บางคนทำแท้งเอง เช่นใช้เหล็กแหลมๆ ไม้แขวนเสื้อ น้ำสบู่ หรืออื่นๆ
สถานที่ทำแท้งที่ไม่ได้ทำโดยหมอ ทำให้เกิดอันตรายอย่างยิ่ง
การทำแท้งด้วยการใช้ยาเป็นสิ่งที่ยอมรับโดยองค์การอนามัยโลก แต่ในประเทศไทยผู้หญิงหาซื้อยาไม่ได้

ทำแท้ง

 

ใส่ความเห็น »

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

หลังจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถทำแท้งด้วยการใช้ยาได้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทำได้เฉพาะในเงื่อนไขที่จำกัดมาก รายงานชิ้นนี้จะพาไปดูว่า ประเทศใดบ้างที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กฎหมายการทำแท้งฉบับใหม่ของไอร์แลนด์ ระบุว่า ผู้หญิงสามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อแพทย์ 3 คนลงชื่อรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าหากปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป ผู้หญิงอาจมีอันตรายถึงชีวิต
ในขณะที่ผู้ต่อต้านการทำแท้งในไอร์แลนด์ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งจำนวนมากก็โจมตีกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่ากฎหมายให้สิทธิผู้หญิงอย่างจำกัดมาก ภายใต้กฎหมายนี้ ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ทารกในครรภ์พิการ และผู้หญิงที่ครรภ์เป็นพิษจนมีอันตราย แต่ไม่ถึงชีวิต ก็ยังไม่มีสิทธิทำแท้ง
หากไม่นับนครรัฐเล็กๆ อย่าง วาติกัน มอลตา และอันดอร์รา ไอร์แลนด์เป็นเพียงประเทศเดียวในยุโรปที่ยังจำกัดสิทธิผู้หญิงในการทำแท้งอย่างเคร่งครัด ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้เสรีในระยะตั้งครรภ์ไม่เกิน 3 เดือน หากเกิน 3 เดือน ผู้หญิงยังสามารถทำแท้งได้ ถ้าแพทย์เห็นว่าการตั้งครรภ์อาจกระทบต่อสุขภาพทางร่างกาย หรือจิตใจของหญิงเจ้าของครรภ์ รวมถึงเด็กในท้องเสี่ยงจะพิการ หรือผู้หญิงอายุต่ำกว่า 14 ปี
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ก็ให้สิทธิทำแท้งค่อนข้างเสรี แม้ว่าแต่ละมลรัฐของสหรัฐฯ จะมีข้อจำกัดต่างกันอยู่บ้างสำหรับกรณีท้องแก่
ในทางตรงกันข้าม ประเทศในทวีปแอฟริกาเกือบทั้งหมดยังจำกัดสิทธิการทำแท้งอยู่มาก รายงานของสหประชาชาติเปิดเผยว่า ประเทศในทวีปแอฟริกา 54 ประเทศ มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้เสรี ได้แก่ ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ และเคปเวิร์ด ประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ก็จำกัดสิทธิในการทำแท้ง ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นคือ กายอานา ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมอังกฤษ และมีประชากรกว่าครึ่งนับถือคริสต์นิกายแองกลิกัน
ประเทศในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ก็ยังจำกัดสิทธิในการทำแท้งเช่นกัน  แม้แต่ในประเทศมุสลิมที่ร่ำรวยและเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อย่างกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้หญิงก็ยังมีสิทธิทำแท้งได้เพียงกรณีเดียว คือในกรณีที่การตั้งครรภ์อาจทำให้เสียชีวิตเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มีประเทศที่เป็นข้อยกเว้นอยู่บ้าง ตุรกี ซึ่งเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่รัฐไม่ยอมให้หลักศาสนาเข้ามากำหนดกฎหมาย ให้สิทธิผู้หญิงในการทำแท้งเทียบเท่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป  นอกจากนี้ ตูนิเซียและบาห์เรนก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี
ประเทศมุสลิมในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน อุซเบกิซสถาน คีร์กีซสถาน และเติร์กเมนิสถาน ก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างเสรีเช่นกัน
หากไม่นับตะวันออกกลาง ทวีปเอเชียนับว่าเป็นทวีปที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งค่อนข้างมาก มี 17 ประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี จีน อินเดีย เกาหลีใต้ มองโกเลีย กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศในเอเชียกลางเกือบทั้งหมดเปิดให้ทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมาย
ประเทศในเอเชียที่ยังจำกัดสิทธิทำแท้ง ส่วนใหญ่มักเป็นประเทศเคร่งศาสนา ไม่ว่าศาสนาอิสลาม เช่น บรูไน บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย หรือศาสนาพุทธ เช่น ศรีลังกา ภูฏาน และเมียนมาร์ และศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก เช่น ฟิลิปปินส์
 ในประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้ในกรณีที่การตั้งครรภ์ต่อไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้หญิง หรือในกรณีที่ผู้หญิงถูกทำให้ตั้งครรภ์โดยวิธีผิดกฎหมาย เช่น ถูกข่มขืน แต่กฎหมายไทยก็ยังไม่ยอมให้ผู้หญิงทำแท้งในกรณีที่ทารกในครรภ์พิการ หรือในกรณีที่ผู้หญิงไม่พร้อมด้วยวัยวุฒิ และทุนทรัพย์ที่จะมีลูก
ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ประเทศพัฒนาแล้วกว่าร้อยละ 82 อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อนุญาติ

18 ความเห็น »

“การทําแท้ง” คืออะไร

การทําแท้ง ไม่ว่าจะใช้ยาทำแท้งหรือจะใช้วิธีใดก็ตาม การทําแท้ง มีความหมายทางการแพทย์ว่า “เป็นการขัดขวางต่อชีวิตที่กําลังก่อตัวในครรภ์มิให้มีโอกาสเจริญออกมาสู่โลก”การทําแท้ง มีความหมายทางกฎหมายธรรมชาติว่า “เป็นวิธีการทําลายชีวิตมนุษย์ในขณะที่อาศัยอยู่ในครรภ์มารดา”

การทําแท้ง มีความหมายทางกฎหมายว่า “เป็นการปล้นสิทธิที่จะมีชีวิตโดยที่เจ้าของชีวิตเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่มีทางป้องกันตัว”

การทําแท้ง มีความหมายทางศีลธรรมว่า “เป็นการฆาตกรรมที่พ่อแม่ยินยอมให้เกิดขึ้น”ความหมายของการทําแท้งทั้ง 4 สถานบ่งชัดว่าเป็น “การฆ่า”ฝ่ายศาสนาคาทอลิกเน้นว่า “การทําแท้ง เป็นอาชญากรรมที่น่าเกลียดน่าชังที่สุด” (ธรรมนูญพระศาสนจักรในโลกสมัยนี ้ ข้อ 51)

การทําแท้งยังเป็นการกระทําที่จงใจอย่างเลือดเย็นโดยมีการเตรียมการล่วงหน้า มีการสมรู้ร่วมคิดมีการนําเอาวิชาการมาใช้โดยไม่ถูกต้องตามทํานองคลองธรรมเป็นการกระทําที่น่าสยดสยองเพราะผู้มีหน้าที่ปกป้องชีวิตกลับเป็นผู้ทําลายชีวิตนั้นเสียเอง

สมเด็จพระสันตะปาปา ปอล ที่ 6 ทรงกล่าวว่า “คําสั่งสอนของศาสนาคาทอลิกเรื่องการทําแท้งข้อนี้ ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง และเป็นกฎเกณฑ์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” (พระดํารัสแก่นักกฎหมาย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1972) และเชื่อว่าหลักศีลธรรมตามคําสอนของศาสนาคาทอลิกในเรื่องนี้ก็ตรงกับศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธศาสนาและศาสนาอิสลาม เป็นต้นสําหรับผู้ถือศาสนาคาทอลิก การทําแท้งโดยเต็มใจมีโทษทางศาสนาขั้นหนักอีกด้วย

ที่มา: แถลงการณ์สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เรื่องการทําแท้ง 3 สิงหาคม พ.ศ.2522

ใส่ความเห็น »

การทำแท้ง มุมมองที่แตกต่างและข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิการทำแท้ง

การทำแท้ง มุมมองที่แตกต่างและข้อถกเถียงเกี่ยวกับสิทธิการทำแท้ง
“ผู้หญิงย่อมมีสิทธิตัดสินใจปัญหาของตัวเอง เพราะผลของการตัดสินใจย่อมกระทบต่อชีวิตของผู้หญิงโดยตรง การพัฒนาตัวอ่อนให้เจริญเติบโตจนคลอดออกมาเป็นคนนั้นเป็นภาระที่ผูกพันกันระหว่างแม่ลูก ผู้ที่ต้องรับภาระโดยตรงคือ แม่ ไม่ใช่คนอื่นในสังคม จึงสมควรอย่างยิ่งที่ผู้รับภาระนั้นจะเป็นฝ่ายเลือกเองว่ายินยอมที่จะเข้ารับภาระนั้นๆ หรือไม่” (สุชาดา2537, 73)

สิทธิทำแท้งของผู้หญิงเป็นความไม่รับผิดชอบ คุณใช้สิทธิโดยไม่คิดว่าเด็กมีสิทธิที่จะเกิด การที่ผู้หญิงเรียกร้องที่จะใช้สิทธิในร่างกาย คุณละลาบละล้วงสิทธิของคนอื่นหรือเปล่า คือสิทธิของทารกที่คุณจะไปฆ่าเขา” (สัมภาษณ์นักบวชหญิงในศาสนาคริสต์ อ้างใน ศศิธร 2543, 128)

ที่มา:การทำแท้ง: มุมมองที่แตกต่าง โดยวิลาสินี พนานครทรัพย์

http://clinicpansak.com
http://clinictamtank.com
http://tanksuresure.com
http://clinicsomporn.com
http://nantawanclinic.com
http://veenaclinic.com

5 ความเห็น »

ยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ขับประจำเดือน ทำแท้ง RU-486 Cytotec ได้ผล 100%

ขาย ยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ขับประจำเดือน ทำแท้ง RU-486 Cytotec ได้ผล 100% 

หลายคนอาจประสบปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม หรืออาจผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ เรารับปรึกษาปัญหาไม่พร้อมมีบุตร ผู้มีปัญหาตั้งครรภ์ไม่ พึงประสงค์ ตั้งครรภ์ในวัยเรียน การยุติการตั้งครรภ์แบบปลอดภัยและได้ผลแน่นอน เราแนะนำการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและอันตราย ของการทำแท้งเถื่อน ไม่ใช่ยาลูกกลอน ยาแผนโบราณ หรือยาสมุนไพรใดๆ รับประกันผล 100% จากประสบการณ์ที่เป็นที่ปรึกษากว่า 20 ปี     

ที่นี่ http://nantawanclinic.com 

http://veenaclinic.com

http://clinicpansak.com

ดิฉันเป็นคนนึงค่ะที่ตั้งครรภ์ตอนที่ตัวเองยังไม่พร้อมเพราะอนาคตยังไม่มั่นคง เพิ่งเรียนจบรับปริญญาและเริ่มทำงานได้แค่7เดือน แต่ถ้าคิดในแง่ดี มันดีมากแค่ไหนที่ลูกมาเกิดกับเราตอนนี้ไม่ได้มาเกิดตอนที่เรากำลังเรียนอยู่ ทั้งที่อยุ่กับแฟนมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ไม่เคยคุมกำเนิดเลย ตอนนี้คงเป็นวาสนาที่เราจะได้มาอยู่ด้วยกัน พ่อกับแม่จะอดทนเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด…รักมากตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า

อยู่ดีๆก็ผ่านมาเจอเว็บนี้ค่ะ รู้สึกหดหู่ จากปัญหาความไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นความอยากรู้อยากลอง ความคึกคะนอง ความคิดไปเองต่างว่าไม่เป็นไรหรอก หรือความตั้งใจ หรือความไม่รับผิดชอบของผู้ชาย หรืออะไรต่างๆที่เรียกว่าปัญหา และนี่คือปัญหาที่ใหญ่เพราะชีวิตคนๆนึงกำลังจะได้เกิดมาหรือไม่ คุณยังไม่ได้เห็นหน้าหรือสัมผัสเด็กที่เพิ่งคลอดออกมาใหม่ๆ คุณจะไม่รู้เลยว่านี่คือสิ่งที่สวรรค์มอบมาให้คุณ ถ้าวันนั้นคุณคิดที่จะฆ่าเขา คุณจะต้องเสียดายมากๆ ยังมีวิธีหรือทางออกอื่นๆที่คุณยังสามารถแก้ไขได้ คุณอย่าคิดเอง***ย้ำ***อย่าคิดไปเอง เออเอง ปรึกษาพ่อแม่ดูหรือยัง ไม่ต้องกลัว เชื่อว่าพ่อแม่รักลูกทุกคนและพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ถ้าเรื่องกลับกันวันนี้คุณเอาเด็กไว้แล้วเขาเกิดมาคุณจะรู้ว่าความเป็นแม่ยิ่งใหญ่แค่ไหน จะรู้ว่าพ่อแม่รักคุณยังไง แล้วทำไมให้อภัยคุณได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื่อมเสีย หรือเรื่องที่คิดว่าทำให้ท่านเสียใจ ถ้าจะบอกว่าหนูยังเด็กยังเรียนอยู่แต่ในเมื่อพลาดไปแล้ว ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ อยากให้ปรึกษาพ่อแม่พี่น้องเราก่อน อยากให้กล้าพูด กล้าทำผิดก้อต้องกล้ารับผิดไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรเลย
ผู้ชายไม่เอาไม่รับผิดชอบ อยากให้คิดว่าแม่เลี้ยงเดี่ยวสมัยนี้เยอะแยะอย่าไปแคร์เห็นหน้าลูกแล้วขี้คร้านจะลืมนึกถึงแฟนไปเลย(เรื่องจริงนะ) ถ้าคิดว่าไม่เอาอะไปเอาออกดีกว่าอยากให้คิดถึงผลกระทบต่อร่างกายของตัวเองด้วยนะคะ การไปเอาเด็กออกก้อเหมือนการคลอดลูกอะค่ะ แค่การไปเอาเด็กออกคือ ***การคลอดลูกแต่ไม่ได้เห็นหน้าลูกและไม่ได้ลูกกลับสู่อ้อมกอด*** กับการตั้งครรภ์ 9เดือน แล้วคลอดลูกออกมา ได้เห็นหน้าได้กอดแล้วนำกลับบ้านไปเลี้ยงดูให้เราปู่ย่าตายายได้ชื่นชม ***อยากให้ลองคิดให้กว้างขึ้น มองให้กว้างขึ้นกว่านี้ หรือถ้าตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว

สวัสดีค่ะ เป็นคนนึงที่เห็นด้วยเรื่องการทำแท้งที่ถูกกฎหมายค่ะ และก็สนับสนุนทางเลือกอื่นๆของคนที่ท้องแต่ไม่พร้อมทั้งเรื่องการติดต่อให้ครอบครัวบุญธรรมรับเด็กไปเลี้ยง ตู้รับเด็กและการให้การสับสนุนอื่นๆของรัฐที่เป็นทางเลือก เพราะเชื่อว่าไม่มีใครอยากทำแท้ง แต่คนที่ทำต้องทำเพราะความจำเป็น และไม่อยากให้ใช้ความเชื่อเรื่องศาสนามาเป็นคัววัดว่าควรให้มีการทำแท้งหรือไม่ควร เพราะคนทั้งประเทศไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกันและไม่ได้มีศีลธรรมแบบเดียวกันทุกคน แต่ละคนก็มีปัญหาของตัวเองที่คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ และเชื่อว่าการทำแท้งเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิในร่างกายของผู้หญิง การที่จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเราเราก็ควรจะมีสิทธิตัดสินใจ

ถึงจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ต้องมองนะคะว่าคนที่มีปัญหาเป็นใคร ถ้าเป็นคนที่ท้องแล้วก็ต้องบอกว่าทางเลือกเหลือน้อยจนแทบไม่เห็นหนทาง และผู้ชายก็แบกรับปัญหาน้อยมากอะไรถ้าเทียบกับผู้หญิงที่มีตั้งแต่ถูกออกจากโรงเรียน หมดอนาคตการศึกษา ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากสังคม ปัญหาสุขภาพจิต ถ้าเลือกจะทำแท้งก็มีทั้งปัญหาเรื่องสุขภาพและอาจเสียงถึงตายได้

อยากจะบอกว่าดีใจนะคะที่ได้รู้ว่ามีคนที่มองเห็นและทำงานช่วยเหลือคนที่ถูกผลักให้เป็นคนชายขอบของสังคม ก็เลยอยากจะให้กำลังใจคนที่ทำงานเรื่องทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องแต่ไม่พร้อมต่อไปนะคะ อยากให้มีการแก้กฎหมายและมีมาตรการของรัฐที่ดีกว่านี้ค่ะ เมื่อวันก่อนได้คุยกับเพื่อนๆเรื่องการทำแท้ง ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการทำแท้งถูกกฎหมายเหมือนกันนี่แหละค่ะ มีเพื่อนแค่คนเดียวที่โอเคกับกฎหมายเรื่องการทำแท้งของไทยในตอนนี้ ก็เลยอยากให้มีการผลักดันเรื่องนี้ให้มีการลงประชามติหรือทำโพลล์เรื่องการทำแท้งถูกกฎหมายต่อไป ถ้ามีการล่ารายชื่อแก้กฎหมายเรื่องนี้หนูคนนึงค่ะที่ยินดีจะเข้าร่วมด้วย ยังไงฝากพี่ๆด้วยนะคะ

ปล หนูไม่เคยท้อง ไม่เคยทำแท้ง แต่เรื่องราวที่ได้เคยพบเจอมาในชีวิตทำให้หนูเชื่อว่าเราไม่ควรจะตัดสินใครค่ะ ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตัวเองกันทั้งนั้น หนูเชื่อว่าและไม่มีใครที่อยากท้องเพื่อไปทำแท้ง

64 ความเห็น »

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 42 other followers

%d bloggers like this: